รีวิว The Princess Bride (1987)

 

The Princess Bride (1987) เจ้าหญิงเจ้าสาวกับโจรสลัดจอมรัก

หนังประเทศ: สหรัฐอเมริกา

ข้อมูลภาพยนตร์

  • ชื่ออังกฤษ: The Princess Bride
  • ชื่อไทย: เจ้าหญิงเจ้าสาวกับโจรสลัดจอมรัก
  • ปีที่ฉาย: 1987
  • แนว: ผจญภัย / แฟนตาซี / โรแมนติก / คอมเมดี้ / ครอบครัว
  • ผู้กำกับ: Rob Reiner
  • บทภาพยนตร์: William Goldman
  • สร้างจาก: นวนิยาย The Princess Bride (1973) ของ William Goldman
  • นักแสดงนำ: Cary Elwes, Robin Wright, Mandy Patinkin, Chris Sarandon, Christopher Guest, Wallace Shawn, André the Giant, Peter Falk, Fred Savage
  • ความยาว: 98 นาที
  • เรตติ้ง: PG
  • จุดเด่น: ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดคลาสสิกที่ผสมผสานความโรแมนติก การผจญภัย อารมณ์ขัน และเทพนิยายได้อย่างลงตัว พร้อมตัวละครที่น่าจดจำและบทสนทนาอันเป็นตำนาน

ข้อมูลเบื้องต้น

The Princess Bride คือหนึ่งในภาพยนตร์แฟนตาซีที่ได้รับความรักจากผู้ชมมากที่สุดตลอดกาล แม้ในช่วงแรกที่เข้าฉายจะไม่ได้ประสบความสำเร็จระดับถล่มทลาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปหนังกลับได้รับการยกย่องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นภาพยนตร์ระดับ Cult Classic ที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก ผลงานเรื่องนี้กำกับโดย Rob Reiner และดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ William Goldman ซึ่งเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ความโดดเด่นของหนังอยู่ที่การนำสูตรสำเร็จของเทพนิยายมาล้อเลียนอย่างชาญฉลาด ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความโรแมนติก ความอบอุ่น และเสน่ห์ของเรื่องราวผจญภัยเอาไว้อย่างครบถ้วน หนังสามารถดึงดูดผู้ชมทุกเพศทุกวัยได้ในเวลาเดียวกัน เด็ก ๆ จะสนุกไปกับการผจญภัยและฉากต่อสู้ ส่วนผู้ใหญ่จะเพลิดเพลินกับมุกตลก การเสียดสี และบทสนทนาที่แฝงความเฉียบแหลมเอาไว้ตลอดทั้งเรื่อง ด้วยเหตุนี้ The Princess Bride จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่สุดเรื่องหนึ่งของฮอลลีวูด

เรื่องย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อคุณปู่คนหนึ่งนำหนังสือนิทานมาอ่านให้หลานชายที่กำลังป่วยฟัง เนื้อหาของนิทานกล่าวถึง Buttercup หญิงสาวผู้เลอโฉมที่อาศัยอยู่ในชนบทและตกหลุมรัก Westley คนงานหนุ่มผู้แสนซื่อสัตย์ ทั้งสองรักกันอย่างลึกซึ้ง แต่ Westley ต้องออกเดินทางเพื่อหาเงินมาสร้างอนาคตร่วมกัน ก่อนจะมีข่าวว่าเขาเสียชีวิตจากการถูกโจรสลัดชื่อ Dread Pirate Roberts สังหาร หลายปีต่อมา Buttercup ถูกเลือกให้แต่งงานกับเจ้าชาย Humperdinck แห่งอาณาจักร Florin แม้เธอจะไม่เคยลืมรักแรกของตนเองก็ตาม ก่อนพิธีอภิเษก Buttercup ถูกลักพาตัวโดยกลุ่มอาชญากรลึกลับสามคน ซึ่งประกอบด้วยนักดาบ นักคิดอัจฉริยะ และยักษ์ร่างใหญ่ ระหว่างการเดินทางพวกเขาถูกไล่ล่าโดยชายสวมหน้ากากลึกลับผู้มีฝีมือเหนือมนุษย์ เหตุการณ์ทั้งหมดค่อย ๆ นำไปสู่การเปิดเผยความจริง ความรัก การหักหลัง และการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตรายและความสนุกสนาน

บทความรีวิว

The Princess Bride เป็นภาพยนตร์ที่ดูเหมือนเทพนิยายธรรมดาในตอนแรก แต่ยิ่งดำเนินเรื่องก็ยิ่งเผยให้เห็นความชาญฉลาดในการเล่าเรื่อง หนังสามารถผสมผสานหลายแนวเข้าด้วยกันได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นโรแมนติก คอมเมดี้ แอ็กชัน แฟนตาซี และการผจญภัย ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างสมดุลจนแทบไม่มีช่วงเวลาใดที่น่าเบื่อ ความสัมพันธ์ระหว่าง Westley และ Buttercup เป็นแกนหลักของเรื่อง แต่หนังกลับโดดเด่นไม่แพ้กันในส่วนของตัวละครสมทบที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น Inigo Montoya นักดาบผู้มุ่งมั่นแก้แค้น Fezzik ยักษ์ผู้ใจดี หรือ Vizzini อาชญากรผู้มั่นใจในสติปัญญาของตนเองอย่างเกินเหตุ หนังยังเต็มไปด้วยบทสนทนาที่เฉียบคมและมุกตลกที่ยังคงใช้ได้ดีแม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี สิ่งสำคัญที่สุดคือ The Princess Bride สามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังฟังนิทานก่อนนอน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นนิทานที่เต็มไปด้วยหัวใจ ความอบอุ่น และอารมณ์ขันอันชาญฉลาด

ตัวละครสำคัญ

Westley คือพระเอกของเรื่อง ชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ กล้าหาญ และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก เขาเป็นตัวแทนของฮีโร่ในเทพนิยายที่สมบูรณ์แบบแต่ก็ยังมีเสน่ห์จากอารมณ์ขันและความฉลาด Buttercup คือหญิงสาวผู้เป็นศูนย์กลางของเรื่อง เธอเป็นตัวแทนของความรัก ความหวัง และความซื่อสัตย์ต่อหัวใจของตนเอง Inigo Montoya เป็นหนึ่งในตัวละครที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ เขาเป็นนักดาบผู้ใช้ชีวิตเพื่อแก้แค้นชายที่สังหารพ่อของเขา Fezzik คือยักษ์ร่างใหญ่ผู้มีจิตใจอ่อนโยนและภักดีต่อเพื่อนอย่างไม่มีเงื่อนไข Vizzini เป็นอาชญากรผู้หลงใหลในความฉลาดของตนเองจนกลายเป็นจุดอ่อน ขณะที่เจ้าชาย Humperdinck คือเจ้าชายผู้ทะเยอทะยานและพร้อมใช้ทุกวิถีทางเพื่อรักษาอำนาจของตน

สปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญ

หลังจาก Buttercup ถูกลักพาตัว ชายสวมหน้ากากลึกลับได้ติดตามกลุ่มผู้ลักพาตัวอย่างไม่ลดละ เขาเอาชนะ Inigo Montoya ในการดวลดาบ เอาชนะ Fezzik ในการต่อสู้ด้วยกำลัง และเอาชนะ Vizzini ด้วยเกมแห่งปัญญา ก่อนจะเปิดเผยว่าตัวจริงของเขาคือ Westley คนรักที่ Buttercup คิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้ง แต่เจ้าชาย Humperdinck กลับจับตัว Westley และทรมานเขาจนเกือบเสียชีวิต เมื่อ Inigo และ Fezzik ทราบความจริง พวกเขาจึงร่วมมือกันช่วยเหลือ Westley แม้เขาจะอยู่ในสภาพใกล้ตายก็ตาม ในช่วงท้ายเรื่อง Inigo สามารถแก้แค้นชายที่สังหารพ่อของเขาได้สำเร็จ ขณะที่ Westley แม้จะอ่อนแรงแต่ก็สามารถหยุดแผนการของเจ้าชาย Humperdinck และช่วย Buttercup ได้ในที่สุด เรื่องราวจบลงด้วยการที่ทั้งคู่หลบหนีออกจากปราสาทไปด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหวัง

ธีมและประเด็นของภาพยนตร์

แก่นสำคัญของ The Princess Bride คือพลังของความรักที่สามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้ หนังนำเสนอความรักในฐานะแรงผลักดันที่ทำให้ตัวละครกล้าหาญ อดทน และไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา อีกประเด็นหนึ่งคือมิตรภาพและความภักดี ตัวละครอย่าง Inigo และ Fezzik แสดงให้เห็นว่าความผูกพันระหว่างเพื่อนสามารถสร้างพลังมหาศาลได้ หนังยังพูดถึงการไล่ตามความฝัน การรักษาคำมั่นสัญญา และการไม่ยอมให้ความแค้นหรือความทะเยอทะยานครอบงำชีวิตจนสูญเสียความเป็นมนุษย์ไป

การวิเคราะห์เชิงลึก

แม้จะถูกมองว่าเป็นเทพนิยายเบาสมอง แต่ The Princess Bride มีความชาญฉลาดในการวิพากษ์และล้อเลียนสูตรสำเร็จของนิทานคลาสสิกอย่างแยบยล ตัวละครหลายตัวถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเล่นกับความคาดหวังของผู้ชม เจ้าชายไม่ได้เป็นคนดีเสมอไป ยักษ์ร่างใหญ่ไม่ได้โหดร้าย และโจรสลัดอาจเป็นฮีโร่ที่แท้จริง หนังยังสะท้อนให้เห็นว่าความกล้าหาญไม่ได้หมายถึงการไร้ความกลัว แต่คือการเดินหน้าต่อแม้จะรู้ว่ามีอุปสรรคอยู่ตรงหน้า นอกจากนี้โครงเรื่องที่มีคุณปู่อ่านนิทานให้หลานฟังยังช่วยตอกย้ำแนวคิดว่าพลังของเรื่องเล่าและจินตนาการสามารถเชื่อมโยงผู้คนต่างวัยเข้าหากันได้อย่างงดงาม

องค์ประกอบภาพและงานสร้าง

The Princess Bride ใช้งานสร้างที่เรียบง่ายเมื่อเทียบกับหนังแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ในยุคปัจจุบัน แต่กลับมีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างมาก ฉากปราสาท ป่า ภูเขา และสถานที่ต่าง ๆ ถูกออกแบบให้เหมือนโลกในนิทานที่มีชีวิต ดนตรีประกอบโดย Mark Knopfler ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น โรแมนติก และเปี่ยมไปด้วยความมหัศจรรย์ ฉากดวลดาบระหว่าง Westley และ Inigo ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในฉากดาบที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ขณะที่งานกำกับของ Rob Reiner สามารถควบคุมโทนเรื่องให้สลับระหว่างความตลก ความตื่นเต้น และความซาบซึ้งได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เบื้องหลังการสร้าง

William Goldman ผู้เขียนนวนิยายต้นฉบับใช้เวลาหลายปีในการผลักดันให้หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้น เพราะหลายสตูดิโอมองว่ามันเป็นเรื่องราวที่แปลกเกินไปสำหรับตลาดภาพยนตร์ในยุคนั้น ในที่สุด Rob Reiner ก็เข้ามารับหน้าที่กำกับและสามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของหนังสือออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม Cary Elwes และ Mandy Patinkin ใช้เวลาฝึกฝนการดวลดาบอย่างหนักหลายเดือนเพื่อให้ฉากต่อสู้ดูสมจริงที่สุด ส่วน André the Giant นักมวยปล้ำชื่อดังในบท Fezzik ก็กลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนหนังรักมากที่สุดจากความน่ารักและอ่อนโยนของเขา

ความสำเร็จของภาพยนตร์

แม้จะไม่ได้เป็นภาพยนตร์ทำเงินถล่มทลายในช่วงเข้าฉายครั้งแรก แต่ The Princess Bride ค่อย ๆ ได้รับความนิยมจากการฉายทางโทรทัศน์และสื่อโฮมวิดีโอ จนกลายเป็นภาพยนตร์ระดับ Cult Classic ที่มีแฟนคลับจำนวนมหาศาลทั่วโลก ปัจจุบันหนังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แฟนตาซีและครอบครัวที่ดีที่สุดตลอดกาล หลายบทสนทนาและตัวละครจากเรื่องกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสมัยนิยม และยังคงถูกอ้างอิงในสื่อบันเทิงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง The Princess Bride จึงเป็นตัวอย่างของภาพยนตร์ที่พิสูจน์ว่าความมหัศจรรย์ของการเล่าเรื่องที่ดีสามารถอยู่เหนือกาลเวลาได้อย่างแท้จริง

ตัวอย่างหนัง

 

 

Author: xammer

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *