Labyrinth (1986) มหัศจรรย์เขาวงกต

หนังประเทศ: สหราชอาณาจักร / สหรัฐอเมริกา
ข้อมูลภาพยนตร์
- ชื่ออังกฤษ: Labyrinth
- ชื่อไทย: มหัศจรรย์เขาวงกต
- ปีที่ฉาย: 1986
- แนว: แฟนตาซี / ผจญภัย / ครอบครัว / มิวสิคัล
- ผู้กำกับ: Jim Henson
- เขียนบท: Terry Jones
- แนวคิดและงานออกแบบ: Brian Froud
- นักแสดงนำ: Jennifer Connelly, David Bowie
- ความยาว: 101 นาที
- เรตติ้ง: PG
- จุดเด่น: หนังแฟนตาซีคัลต์ระดับตำนานที่เต็มไปด้วยหุ่นเชิด สิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการ เพลงสุดไอคอนิกของ David Bowie และโลกเขาวงกตที่ทั้งสวยงามและน่าพิศวง
ข้อมูลเบื้องต้น
Labyrinth เป็นหนึ่งในหนังแฟนตาซีที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของยุค 80 ผลงานกำกับของ Jim Henson ผู้สร้าง The Muppets และผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นเชิดระดับตำนาน หนังผสมโลกแฟนตาซี การผจญภัย และดนตรีเข้าไว้ด้วยกันอย่างโดดเด่น พร้อมงานออกแบบสุดมหัศจรรย์ของ Brian Froud ที่สร้างสิ่งมีชีวิตและโลกเหนือจริงอันน่าจดจำ อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการแสดงของ David Bowie ในบท Jareth ราชาก็อบลิน ผู้มีเสน่ห์ ลึกลับ และกลายเป็นตัวละครระดับไอคอนของวัฒนธรรมป๊อป แม้ตอนออกฉาย Labyrinth จะไม่ได้ประสบความสำเร็จด้านรายได้มากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันกลับกลายเป็นหนังคัลต์ที่มีแฟนเหนียวแน่นทั่วโลก และถูกยกให้เป็นหนึ่งในหนังแฟนตาซีคลาสสิกตลอดกาล
เรื่องย่อ
Sarah Williams เด็กสาววัยรุ่นผู้ชื่นชอบโลกแฟนตาซี ต้องมาช่วยเลี้ยง Toby น้องชายต่างแม่ที่เธอรู้สึกรำคาญ วันหนึ่งหลังอารมณ์เสีย Sarah เผลอพูดขอให้ “ราชาก็อบลิน” มาพา Toby ไปเหมือนในนิทาน ปรากฏว่าคำพูดนั้นกลายเป็นจริง เมื่อ Jareth ราชาก็อบลินปรากฏตัวและลักพาตัว Toby ไปยังอาณาจักรเขาวงกต Sarah มีเวลาเพียง 13 ชั่วโมงในการเดินทางผ่านเขาวงกตอันเต็มไปด้วยกับดัก สิ่งมีชีวิตประหลาด และปริศนามากมาย เพื่อช่วยน้องชายกลับคืนมา ก่อนที่ Toby จะกลายเป็นก็อบลินตลอดกาล
บทความรีวิว
Labyrinth เป็นหนังที่เหมือนความฝันประหลาดของเด็กวัยรุ่น เต็มไปด้วยทั้งความมหัศจรรย์ ความน่ากลัว ความสับสน และเสน่ห์เหนือจริง โลกในเรื่องถูกสร้างขึ้นด้วยจินตนาการแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งหุ่นเชิดก็อบลิน สิ่งมีชีวิตประหลาด ประตูหลอกลวง และเขาวงกตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา Jim Henson ใช้เทคนิค practical effects และหุ่นเชิดอย่างเต็มพลัง ทำให้โลกแฟนตาซีในหนังมีชีวิตและสัมผัสได้จริง Jennifer Connelly ถ่ายทอด Sarah ได้อย่างน่าประทับใจ เธอเริ่มจากเด็กสาวเอาแต่ใจและหลงอยู่ในโลกความฝัน ก่อนค่อย ๆ เติบโตผ่านการผจญภัย ขณะที่ David Bowie ขโมยทุกฉากที่ปรากฏตัวด้วยเสน่ห์ลึกลับและพลังดึงดูดมหาศาล Jareth ไม่ใช่ตัวร้ายแบบชัดเจน แต่เป็นตัวละครที่ทั้งน่ากลัว น่าหลงใหล และเหมือนตัวแทนของโลกแฟนตาซีที่พยายามล่อลวง Sarah ให้อยู่กับความฝันตลอดไป เพลงประกอบของ Bowie อย่าง “Magic Dance” และ “As the World Falls Down” กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Labyrinth มีบรรยากาศเฉพาะตัว หนังจึงไม่ใช่แค่หนังเด็กธรรมดา แต่เป็นงานแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์เกี่ยวกับการเติบโต จินตนาการ และการก้าวผ่านวัยเยาว์
ตัวละครสำคัญ
Sarah Williams เป็นเด็กสาวผู้ชื่นชอบโลกแฟนตาซีและต้องเดินทางผ่านเขาวงกตเพื่อช่วยน้องชาย Jareth เป็นราชาก็อบลินผู้ลึกลับ มีเสน่ห์ และควบคุมอาณาจักรเขาวงกต Toby เป็นน้องชายของ Sarah ผู้ถูกลักพาตัว Hoggle เป็นสิ่งมีชีวิตขี้กลัวแต่จิตใจดีที่กลายเป็นเพื่อนร่วมทางของ Sarah Ludo เป็นยักษ์ร่างใหญ่ใจอ่อนผู้สามารถเรียกหินได้ Sir Didymus เป็นอัศวินตัวจิ๋วผู้กล้าหาญและซื่อสัตย์
สปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญ
หลัง Toby ถูกพาตัวไป Sarah เดินทางเข้าสู่เขาวงกตของ Jareth และพบว่าทุกอย่างเต็มไปด้วยกลลวงและปริศนา เธอได้พบ Hoggle ซึ่งในตอนแรกช่วยเหลือเธอเพราะกลัว Jareth แต่ต่อมากลายเป็นเพื่อนแท้ Sarah ยังได้ร่วมทางกับ Ludo และ Sir Didymus ระหว่างทางเธอต้องเผชิญทั้งห้องกลับหัว ปริศนาคำพูด ประตูหลอก และสิ่งมีชีวิตประหลาดจำนวนมาก Jareth พยายามล่อลวง Sarah ด้วยทั้งเวทมนตร์ ความฝัน และคำสัญญาถึงโลกที่เธอสามารถหนีจากชีวิตจริงได้ ในฉากสำคัญช่วงท้าย Sarah ถูกดึงเข้าสู่ห้องบอลรูมหรูหราที่เหมือนความฝันโรแมนติก ก่อนจะตระหนักว่านั่นเป็นเพียงภาพลวงตา สุดท้าย Sarah เดินทางถึงปราสาทของ Jareth และเผชิญหน้ากับเขา ในช่วงจบเธอพูดประโยคสำคัญว่า “You have no power over me” ทำให้เวทมนตร์ของ Jareth สลายไป Sarah ช่วย Toby กลับมาได้และกลับสู่โลกจริง อย่างไรก็ตาม เธอพบว่าเหล่าเพื่อนจากโลกแฟนตาซียังคงอยู่ในใจและพร้อมกลับมาหาเธอเสมอเมื่อเธอต้องการ
ธีมและประเด็นของภาพยนตร์

Labyrinth พูดถึงการเติบโตจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ Sarah เริ่มต้นเรื่องด้วยความเอาแต่ใจและหมกมุ่นอยู่กับโลกแฟนตาซี แต่การเดินทางในเขาวงกตทำให้เธอเรียนรู้ความรับผิดชอบ ความกล้าหาญ และการเผชิญความจริง Jareth สามารถมองเป็นตัวแทนของความฝัน ความปรารถนา และการหลีกหนีจากโลกจริง เขาพยายามล่อลวง Sarah ให้อยู่ในโลกแห่งจินตนาการตลอดไป หนังยังพูดถึงพลังของจินตนาการ โดยไม่ได้มองว่ามันเป็นสิ่งเลวร้าย แต่เป็นส่วนสำคัญของชีวิต ตราบใดที่มนุษย์ไม่ปล่อยให้มันควบคุมตัวเองจนหลงทางจากความจริง
การวิเคราะห์เชิงลึก
เขาวงกตในเรื่องเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตทางจิตใจ ทุกด่านและสิ่งมีชีวิตที่ Sarah พบสะท้อนความกลัว ความสับสน และการค้นหาตัวตนของวัยรุ่น Jareth เองมีลักษณะคล้ายตัวละคร “เจ้าชายในฝัน” ที่ทั้งดึงดูดและอันตราย เขาเสนอโลกที่เต็มไปด้วยอิสระและความฝัน แต่แลกกับการสูญเสียตัวตนและความเป็นจริง Sarah จึงต้องเรียนรู้ว่าการเติบโตไม่ใช่การทิ้งจินตนาการ แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างความฝันกับความรับผิดชอบ หนังยังสะท้อนอารมณ์ของวัยรุ่นยุค 80 อย่างชัดเจน ทั้งความรู้สึกโดดเดี่ยว ความขัดแย้งในครอบครัว และความต้องการค้นหาที่ของตัวเองในโลก
องค์ประกอบภาพและงานสร้าง
Labyrinth โดดเด่นอย่างมากด้านงานออกแบบและ practical effects หุ่นเชิดและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นอย่างละเอียดและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา งานออกแบบของ Brian Froud ทำให้โลกในเรื่องทั้งสวยงาม แปลกประหลาด และน่าหลงใหล ฉากต่าง ๆ เช่น เมืองก็อบลิน ห้องบอลรูม และเขาวงกตเปลี่ยนรูป กลายเป็นภาพจำระดับตำนาน เพลงของ David Bowie ช่วยเพิ่มทั้งความแฟนตาซีและอารมณ์เหนือจริง ขณะที่การถ่ายภาพและแสงสีให้ความรู้สึกเหมือนเทพนิยายผสมความฝันประหลาด
เบื้องหลังการสร้าง
Jim Henson ต้องการสร้างหนังแฟนตาซีที่เข้มข้นและโตขึ้นกว่างาน Muppets ทั่วไป เขาร่วมงานกับ Brian Froud ซึ่งออกแบบสิ่งมีชีวิตและโลกแฟนตาซีจำนวนมากในเรื่อง David Bowie ถูกเลือกให้รับบท Jareth เพราะทีมสร้างต้องการคนที่ทั้งร้องเพลงได้และมีเสน่ห์ลึกลับ Bowie ยังแต่งและร้องเพลงประกอบหลายเพลงด้วย Jennifer Connelly ขณะนั้นยังเป็นนักแสดงวัยรุ่น แต่ได้รับคำชมเรื่องการแสดงที่เต็มไปด้วยพลัง แม้หนังจะไม่ประสบความสำเร็จมากในตอนเข้าฉาย แต่ยุค VHS และโทรทัศน์ช่วยให้ Labyrinth กลายเป็นหนังคัลต์ที่ได้รับความรักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ความสำเร็จของภาพยนตร์
แม้ Labyrinth จะไม่ใช่หนังทำเงินถล่มทลายในปี 1986 แต่มันกลับได้รับสถานะหนังคัลต์อย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมา หนังถูกยกย่องด้านงานออกแบบ หุ่นเชิด เพลง และจินตนาการอันโดดเด่น David Bowie กลายเป็นภาพจำสำคัญของหนัง และ Jareth ก็เป็นหนึ่งในตัวละครแฟนตาซีที่แฟนหนังพูดถึงมากที่สุด ปัจจุบัน Labyrinth ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหนังแฟนตาซีคลาสสิกของยุค 80 และยังคงมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมป๊อป งานแฟนตาซี และแฟชั่นมาจนถึงทุกวันนี้
ตัวอย่างภาพยนตร์
